ด้วยคุณสมบัติพิเศษของเพชร ที่สามารถถ่ายเทความร้อนสูง และช่วยปรับพลังให้เข้ากับธาตุอื่นๆ ทำให้เพชรไม่ได้เป็นแค่เพื่อนแท้ของผู้หญิงอีกต่อไป...แต่พลังแห่งไดมอนด์ ยังมีอนุภาพในการบำบัดร่างกายและจิตใจได้อย่างน่าทึ่ง!!

นอกจากชาวฮอลลีวูดจะหลงใหลในประกายวิบวับของเพชรกันทุกคน วินาทีนี้ยังเครซี่ศาสตร์แห่งเพชรบำบัดเพิ่มอีกแขนง ล้วนแต่เป็นคนดังระดับเอลิสต์ ไม่ว่าจะเป็น “ปารีส ฮิลตัน” ไฮโซสุดเวอร์, เดมี่ มัวร์ สาวสองพันปี, จาง ซิอี้ นางเอกหนัง เกอิชา รวมถึงเดบร้า เมสซิ่ง, ไคร่า ไนท์ลี่ และเฟลิซิตี้ ฮัฟฟ์แมน

เทรนด์ปรนเปรอชีวิตใหม่ล่าสุดนี้ ครีเอทขึ้นโดย”เดอะ ไดมอนด์ เทรดดิ้ง คอมปานี” จัดเป็น คอร์สสปาเพชร “Diamond Aquifer : A Mystical Encounter” ที่สปาสุดหรู “โซโห เฮาส์ แอลเอ” ประเทศสหรัฐอเมริกา มีโปรแกรมให้เลือกด้วยกัน 4 คอร์ส ได้แก่

“Diamond Healing & Massage” โปรแกรมเพชรบำบัด โดยผู้เชี่ยวชาญ “คาร์เนรอส อินน์” เป็นการถ่ายทอดพลังงานจากธรรมชาติของเพชรสู่ร่างกาย โดยนำเพชรร่วง 7 สี มาวางบนส่วนต่างๆ ของบอดี้ เน้นเฉพาะจุดที่สำคัญๆ ตั้งแต่บริเวณใบหน้า ไล่ลงมาถึงลำตัว เพื่อช่วยเพิ่มพลังจิตใจ ลึกลงถึงวิญญาณ

“Diamond Experience Facial” ทรีตเมนต์ใบหน้าด้วยเพชร และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า “เนทูร่า บิสส์” จะพิเศษกว่าการนวดหน้าทั่วไป เพราะรวมเอาศาสตร์การบำบัดหลายๆแบบไว้ด้วยกัน อาทิ การนวดน้ำมัน, การบำบัดด้วยความเย็น, เทคนิคการนวดหน้าใหม่ๆ, สุนทรียภาพ และดนตรีบำบัด ผสานกับพลังจากเพชรที่ถ่ายทอดลงบนผิวหน้า ช่วยกระตุ้นและปรับสมดุลผิวหน้า ทำให้รู้สึกผ่อนคลายสุดๆ

เมื่อประคบประหงมจนอิ่มหนำแล้ว ชาวฮอลลีวูดก็ต่อด้วยโปรแกรม “Diamond Nail Treatments” ปรนนิบัติเล็บด้วยยาทาเล็บสูตรพิเศษ มีส่วนผสมของผงเพชร สามารถเลือกได้ 12 เฉดสี ช่วยเพิ่มความเงางามให้เล็บ และประกายระยิบระยับ

เรื่องจิตใจก็สำคัญไม่แพ้ความงามภายนอก ถ้าจะให้ครบสูตรต้องเสริมพลัง และทำนายชะตาจากเพชร ในคอร์ส “Diamond Reading” โดยนักจิตเวชชื่อดังของอเมริกา เพชรแต่ละสีก็มีอนุภาพแตกต่างกันไป ใครสนใจสปาเพชร อาจต้องรอคิวยาวข้ามปี เบียดบี้กับสาวๆฮอลลีวูด!!
 
     หากคุณตกอยู่ในสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกเป็นกังวลเพราะสะสางงานไม่เสร็จ หรือทำอะไรก็ดูติดขัดไปหมด ทำให้เกิดความเครียดเข้ามากัดกร่อนพละกำลังทั้งกายและใจทีละน้อยจนรู้สึกอ่อนตัว ไม่อยากไปทำงาน เทคนิคง่ายๆเหล่านี้จะช่วยให้คุณผ่อนคลาย พร้อมตั้งรับ และผ่านสถานการณ์อันน่าเครียดไปได้ด้วยดี
1. สร้างกำลังใจให้ตัวเองก่อนว่าต้องทำงานให้เสร็จทันเวลาที่กำหนดได้ แล้วลงมือทำทันที โดยทำทีละอย่าง เริ่มจากงานถนัดที่สุดก่อน ลดกิจกรรมที่ทำให้เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ เช่น เดิน เมาท์ หรือกินข้าวกลางวันนานๆ
2. ใช้หลักโยคะเข้าช่วย โดยวิธีปั้นแต่งจิตใจและร่างกายหาที่เงียบๆ ในออฟฟิศ หลับตาแล้วจินตนาการคิดถึงภาพที่ทำให้คุณรู้สึกสงบ อาจเป็นภาพของท้องทะเล แสงเทียน หรือภาพของคนที่รัก สูดอากาศเข้าปอดลึกๆ ให้ออกซิเจนบริสุทธิ์ผ่านเข้าไปในร่างกายมากที่สุดจนรู้สึกว่าช่องท้องขยาย จากนั้นหายใจออก โดยพยายามดึงลมออกจากช่องท้องให้หมดจนหน้าท้องแบน ทำ 3 ครั้ง ระหว่างที่สูดลมหายใจเข้าออกช้าๆ ใจจะต้องจดจ่ออยู่กับภาพด้วย เมื่อลืมตาขึ้น ความผ่อนคลายจะเข้ามาแทนที่ความกังวล จิตใจสงบมากขึ้น
อีกหนทางที่ยอดเยี่ยมคือ การยืดเส้นยืดสาย โดยเริ่มจากบริเวณลำคอ เอียงศีรษะให้ใบหูแนบกับหัวไหล่ข้างใดก็ได้ แล้วหมุนศีรษะลง พยายามกดคางให้ผ่านช่วงไหปลาร้า หมุนเกี่ยวกันอยู่ เอนตัวไปข้างขวาและซ้ายสลับไปมา 4 ครั้ง จบด้วยการยกหัวไหล่ข้างขวาขึ้นหาใบหู หมุนหัวไหล่เป็นวงกลมไปข้างหน้า 4 ครั้ง แล้วจึงค่อยหมุนไปด้านหลัง 4 ครั้งเช่นกัน ทำซ้ำแบบเดิมที่หัวไหล่อีกข้าง
หากวันไหนรู้สึกไม่มีแรง เมื่อยล้าพอลุกจากเตียงนอน ลองทำตามโยคะเทคนิคเหล่านี้ดู พลังงานสมองและร่างกายของคุณจะถูกชาร์จขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
หลังจากเริ่มชาร์จแบตใหม่แล้วก็ถึงเวลาปรับคลื่นการทำงาน ลองหันกลับมามองว่าเรามีข้อบกพร่องอะไรบ้าง ทั้งนิสัยส่วนตัว เรื่องงาน จดออกมาเป็นข้อๆ ดูว่าสิ่งไหนน่าจะเป็นเหตุให้เกิดผลกระทบต่ออาชีพ แล้วปรับเปลี่ยนตัวตนเป็นคนใหม่ หน้าที่การงานอันรุ่งโรจน์ก็จะไม่ไกลเกินเอื้อม
ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับคนที่รู้จักตัวเอง และพร้อมแก้ไขในสิ่งที่บกพร่อง สู้ สู้ สู้ตาย